วอน "นายกสภาฯ " ตอบ 3 คำถาม หลังรับข้อความคุกคามจะเอาผิดวินัย อาญา แพ่ง และจรรยาบรรณวิชาชีพ

1. การชดใช้ความเสียหายทางละเมิด ตามคำพิพากษาของศาลฏีกาสูงสุด ที่ 2432/2555 มูลค่า 150 กว่าล้านบาท จะเอาอย่างไร ชดใช้แล้วหรือยัง ถ้ายังจะทำอย่างไรต่อ จะล้มละลายหรือไม่ ถ้าล้มละลายตาม พ.ร.บ. http://winne.ws/n15511

633 ผู้เข้าชม
วอน "นายกสภาฯ " ตอบ 3 คำถาม หลังรับข้อความคุกคามจะเอาผิดวินัย อาญา แพ่ง และจรรยาบรรณวิชาชีพ

วอนทุกฝ่ายหยุดพาดพิง หลังได้รับข้อความคุกคามจะเอาผิดวินัย อาญา แพ่ง และจรรยาบรรณวิชาชีพวอน "นายกสภาฯ " ตอบ 3 คำถาม

      ถึงวันนี้เชื่อว่าหลายคนในแวดวงการศึกษาและสาธารณะคงมีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ที่มหาวิทยาลัยนครพนม(มนพ.) หลังจากที่มีการประชุมสภามนพ.ที่มี ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ นายกสภา เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 เมษา  2560 มีการเปลี่ยนสถานที่ประชุมถึง 3 ครั้ง

        จาก โรงเเรมมารวยการ์เด้นท์ มาเป็น โรงเเรมรามาการ์เด้น จบลงที่ห้องประชุม ชั้น 6 ศูนย์ประสานงานกรุงเทพ มหาวิทยาลัยนครพนม เเจ้งวัฒนะ เริ่มประชุมในเวลา 13.00 น. ก่อนเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ในเวลา 16.00 น.

      การประชุมในวันนั้นได้มีมติแต่งตั้ง "ผศ.ดร.จินดา งามสุทธิ" อุปนายกสภามหาวิทยาลัยฯ รักษาการอธิการบดี แทน "ดร.ประวิต เอราวรรณ์" อธิการบดีมนพ. ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ในงานรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เนื่องในเทศกาลสงกรานต์

     นัยว่ามาทำงาน"มูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษาเพื่อทำงานปฏิรูปการศึกษา" ที่มีโครงการกับโรงเรียนกว่า 300 โรงทั่วประเทศ ต่อมาไปสมัคร ตำแหน่ง ผอ.สมศ.และออกมาระบุภายหลังว่าไม่เคยกล่าวถึงว่ามีเรื่องขัดแย้งกับใคร หรือมีปัญหาการบริหารงานแต่อย่างใด

วอน "นายกสภาฯ " ตอบ 3 คำถาม หลังรับข้อความคุกคามจะเอาผิดวินัย อาญา แพ่ง และจรรยาบรรณวิชาชีพ

และวันเดียวกันนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช แถลงได้พาดพิงถึงความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัย ว่าเป็นบุคลากรมหาวิทยาลัยเพียง 14 คน ที่เหลือเป็นบุคคลภายนอกหมด ซึ่งชัดเจนมีปัญหาเฉพาะคณะครุศาสตร์ และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนี เป็นส่วนใหญ่ และมีความพยายามชักชวนคณะอื่นๆ ให้มาต่อต้าน นี่เป็นข้อเท็จจริงที่การข่าวเราได้ประเมิน

         โดยระบุว่า คณะครุศาสตร์ เคยมีการเสนออนุมัติปริญญา กลายเป็นคะแนนที่ไม่เรียบร้อย หมกเม็ดส่งมาให้สภามนพ. ขอให้อนุมัติให้จบ และมีเรื่องการจัดการศึกษาที่จังหวัดบึงกาฬ หลักสูตรที่สภามนพ.ไม่ได้อนุมัติ 

       ส่วนวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนี มีปัญหา 2 ปีที่แล้ว มีงบประมาณไทยเข้มแข็ง ส่วนหนึ่งเป็นทุนการศึกษา ปรากฎว่า มีรายงานสภามนพ.ว่า ผู้รับทุนเป็นคณดี ผู้รับทุนคนที่สองเป็นรองคณบดี สภามนพ.จึงทักท้วงไป  และมีกรณีคณบดีอนุมัติให้ทุนตัวเอง โดยสตง. ชี้ชัดว่า คืนไม่คืนทุนก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว

     การแถลงดังกล่าวทำให้ "ผศ.ดร.เพ็ญศิริ ดำรงภคภากร" คณบดีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มนพ.ต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณะว่าการให้ข่าวของ นายกสภามนพ.ทั้งในส่วนของการบอกว่า คณบดีให้นักศึกษาหยุดเรียน หรือนักศึกษาออกมาขับไล่นายกสภามนพ. นั้น ไม่ใช่ความจริง เพราะวิทยาลัยพยาบาลฯ ไม่เคยสั่งนักศึกษา แต่นักศึกษาออกมาต่อสู้ด้วยตนเอง เพื่อสถาบันการศึกษาของพวกเขา เพราะพวกเขารู้ว่าปัญหาคืออะไรที่ทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

      นอกจากนั้น การที่นายกสภา มนพ.ให้สัมภาษณ์ว่า มีการบังคับให้นักศึกษาและบุคลากรลงชื่อสนับสนุนในการยับยั้งการลาออกของอธิการบดี นั้น ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆวิทยาลัยได้มีการปรึกษากรรมการคณะ และผู้บริหาร จนได้ข้อสรุป ว่าทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของทุกคน ซึ่งในฐานะคณบดี ได้ออกมาแสดงจุดยืนยับยั้งการลาออกของอธิการบดี เพราะต้องการให้มหาวิทยาลัยสามารถเดินหน้าต่อไปได้

      เมื่ออธิการบดีได้รับโปรดเกล้ามา 3 เดือนควรจะทำงานต่อ เนื่องจาก ที่ผ่านมา ในช่วง 3 ปีขาดอธิการบดี เกิดผลกระทบหลายอย่าง งานหลายอย่างไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ และในที่ประชุมยืนยันชัดเจนว่าเคารพความคิดเห็นของทุกคน และวันนั้นก็มีหลายคนที่ไม่ได้ลงชื่อ การที่นายกสภาฯ ออกมาพูดเช่นนั้น จริงเป็นข้อความเท็จ

     รวมทั้งกรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบคณบดีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนมมนพ. ที่ขออนุมัติทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกให้กับตัวเองและลูกน้องโดยมิชอบ

        โดยมีการปลอมแปลงเอกสาร จัดทำรายงานการประชุมที่เป็นเท็จจน สตง.ชี้มูลการทุจริต โดยให้เรียกเงินคืน และเสนอให้มหาวิทยาลัยดำเนินคดีอาญา ขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่เป็นจริง เพราะได้รับทุนรัฐบาล ให้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา เป็นการสอบชิงทุนรัฐบาล ผู้ที่ดูแลค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเรียน หรือเงินเดือน คือ สำนักงาน ก.พ. ไม่ใช่ใช้เงินของ มนพ.

      "ตั้งแต่เป็นคณบดีฯ ยังไม่เคยได้รับหนังสือจาก สตง.แม้แต่ฉบับ ถ้ามาดูประวัติการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การสอบราคา ที่มูลค่านับล้าน พวกเราทำเปิดเผย เมื่อมีผู้มีแข่งขันอย่างถูกต้อง เราได้ผู้มารับจ้างในราคา 5 แสน 7 แสนขอให้เอาความจริงมาพูดกัน และตรวจสอบได้ พวกเราอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรม ทั้งจากประชาชน จ.นครพนม และใกล้เคียง ทั้งผู้ติดตามข่าว และผู้ให้การพาดพิงเราในทางที่เสียหาย

        เราอยากเรียนท่านว่า เราไม่ใช่คู่ขัดแย้งของท่าน เราออกมาเพื่อปกป้องมหาวิทยาลัย ออกมาเพื่อปกป้องลูกศิษย์ของเรา เราทราบดีว่ามหาวิทยาลัยนี้เป็นอย่างไร หลายๆ คนที่ออกมาพูด ขอถามสักนิด ท่านรู้จักมหาวิทยาลันนครพนมแค่ไหน ท่านอยู่ที่นี้มากี่ปี ท่านมาสั่งเราให้ทำโนู้นนี้ ท่านผูกพันกับเด็กเราแค่ไหน เรียกให้ทราบว่าที่นี้ ให้นโยบาย และบุคลากรทุกคนรักนักศึกษาที่นี้เหมือนลูก เราไม่มีทางจะทำลายเด็ก อยากกล่าวให้ร้าย อย่าทำลายวิชาชีพของเรา “ผศ.ดร.เพ็ญศิริ  กล่าว

        ผศ.ดร.เพ็ญศิริ กล่าวอีกว่าส่วนการให้ข่าวอื่นๆ อยากขอความเห็นใจจากทุกภาคส่วน ให้ข่าวที่ถูกต้อง เพราะพอให้ข่าวออกไป ไม่ว่าจะเป็นการ บอกว่า วิทยาลัยพยาบาลบังคับ มีการรับทรัพย์ รับจ็อบ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ทำให้ เกิดความเกลียดชัง ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ไม่ใช่คนที่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง

        ลองไปหาดูว่าใครกันแน่ที่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง ท่านควรพูดความจริง ท่านอย่าออกมาบอกว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา มีปัญหาเรื่องหลักสูตร ถ้าหากท่านทราบว่ามีปัญหา ท่านอยู่มากี่ปีแล้ว ทำไมไม่แก้ไข สิ่งเหล่านี้ ขอให้ความเป็นธรรมแก่วิทยาลัยพยาบาลด้วย

        อย่างไรก็ตาม วิทยาลัยพยาบาลฯ จะเดินหน้าทำงานต่อไป และวันที่ 17-19 พ.ค. 2560  จะมีการจัดงานคืนสู่เหย้า ครบรอบ 25 ปีของวิทยาลัยฯ เรามีศักดิ์ศรี ลูกของเราไม่มีใครชักจูงได้ เด็กกล้าคิด กล้าแสดงความคิดเห็นในทางที่ถูกต้อง กรุณาอย่าทำร้ายเด็ก ทำร้ายลูกของเราอีกเลย เพราะไม่ทำให้อะไรให้ดีขึ้น

      หลังจากที่ “ผศ.ดร.เพ็ญศิริ”ให้ข่าวกับสื่อมวลชนปรากฏว่ามี ผู้ที่ใช้เฟสบุ้ค “พงศ์ สุคนธ์” ได้เผยแพร่หนังสือจากสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนมลงชื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สังคม ภูมิพันธุ์ รองอธิการบดี รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ส่งถึง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศิริ ดำรงภคภากร ขอให้ยุติเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จกล่าวร้ายต่อนายกสภามหาวิทยาลัย

วอน "นายกสภาฯ " ตอบ 3 คำถาม หลังรับข้อความคุกคามจะเอาผิดวินัย อาญา แพ่ง และจรรยาบรรณวิชาชีพ

โดยอ้างว่าคณบดีที่นายกสภามหาวิทยาลัยกล่าวถึง  หมายถึงคณบดีคนก่อนที่อนุมัติทุนให้ตนเองและรองคณบดี ไม่ได้หมายถึงผศ.ดร. เพ็ญศิริ แต่อย่างใด หาก ผศ.ดร. เพ็ญศิริ ไม่หยุดกล่าวเท็จให้ร้ายนายกสภาฯ ก็จะดำเนินคดีทั้งทางวินัย อาญา แพ่ง และจรรยาบรรณวิชาชีพ กับผศ.ดร. เพ็ญศิริ

    ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผศ.ดร.เพ็ญศิริกล่าวว่ามีหนังสือดังกล่าวส่งมาถึงจริง แต่ขอยืนยันตามที่ได้เคยแถลงข่าวไปแล้วว่า ขอร้องให้ทุกฝ่ายได้หยุดพาดพิงถึงตนเอง เพราะได้พูดทุกอย่างไปหมดแล้วในวันแถลงข่าว เพราะคำให้สัมภาษณ์ของนายกสภาฯ ทำให้ตนและรองคณบดี เสื่อมเสียชื่อเสียง

      จึงขอเรียกร้องให้หยุดพาดพิงให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม และอย่าส่งข้อความคุกคาม เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนก็รอให้ “ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช” ตอบคำถาม 3 ข้อที่เคยเรียกร้องมา  

      1. การชดใช้ความเสียหายทางละเมิด ตามคำพิพากษาของศาลฏีกาสูงสุด ที่ 2432/2555 มูลค่า 150 กว่าล้านบาท จะเอาอย่างไร ชดใช้แล้วหรือยัง ถ้ายังจะทำอย่างไรต่อ จะล้มละลายหรือไม่ ถ้าล้มละลายตาม พ.ร.บ.ของมหาวิทยาลัยจะไม่มีสิทธิเป็นนายกสภามนพ.

       หรือ 2.กรณีเครื่องบินตกทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เครื่องบินมูลค่าหลายสิบล้าน เงินเหล่านั้นเป็นเงินภาษีประชาชน เงินค่าเทอมนักศึกษา สิ่งเหล่านี้ ทำไมจึงเงียบไว้ ไม่ชี้แจง 

       หรือ 3. การที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด กรณีมรภ.กาฬสินธุ์ คดีอาญา 86/58 ลว. 8 มิย. 2558 ที่ตำรวจสน.นามน พนักงานสอบสวนมีความเห็นส่งฟ้อง ส่งอัยการจ.กาฬสินธุ์ 17 สค. 2558 ถ้าหาก ศ.(พิเศษ) ดร. ภาวิช ชี้แจงได้ ทุกคนจะไม่คลางแคลงใจ และวิทยาลัยพยาบาลแห่งนี้ ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ถ้ายังไม่ตอบก็ไม่สบายใจให้ท่านมาบริหาร

       จึงขอเรียกร้องอีกครั้งว่าให้ทุกคนหยุดพาดพิงถึงตนเอง ไม่ต้องมาชี้แจงอะไรทั้งนั้นเพราะในหนังสือที่เผยแพร่กันก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างในประเด็นที่ตั้งคำถามแต่อย่างใด

         ส่วนกรณีที่ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช แถลงได้พาดพิงคณะครุศาสตร์ นั้นแหล่งข่าวรายหนึ่งในคณะครุศาสตร์ ก็เรียกร้องเช่นกันว่าขอให้ นายกสภามนพ.มาร่วมเวทีอภิปรายในประเด็นที่กล่าวอ้างต่อหน้าประชาคมมนพ. ต่อหน้าประชาชนจังหวัดนครพนม เพราะสิ่งที่อ้างสร้างความเสียหายต่อสถาบันการศึกษาแห่งนี้มากมาย มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ มีแต่คนตั้งคำถามว่า ให้ช่วยทำความกระจ่างให้เกิดขึ้น จะเป็นการดีต่อสถาบันการศึกษาแห่งนี้อย่างยิ่งมากกว่าการกล่าวอ้างอย่างที่ผ่านมา 

     ดูเหมือนว่า มนพ.มีข่าวมาก่อนหน้านี้เป็นระยะ จากการค้นข้อมูลพบว่าช่วงบ่ายวันที่ 28 เม.ย. มีตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยนครพนม ( มนพ.) และนักศึกษาอาชีวะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านพ.อ.ทฤษฏี คงชนะ รองผบ.มทบ.210 ณ มลฑลทหารบกที่ 210 จ.นครพนม โดยขอให้นายกฯ ใช้ ม.44 เข้ามาแก้ปัญหาขัดแย้งใน มนพ. พร้อมขอให้ปลด ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ออกจากนายกสภาฯ

   ส่วนวันที่ 27 เมษายน 2560 นิวัติ เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยนครพนม ประเภทผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

       โดยให้เหตุผล ว่ามีภารกิจที่ต้องดำเนินงานเป็นอันมาก และหมดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาเป็นระยะเวลานานพอสมควร

    ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีบุคลากรออกจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยนครพนมแล้ว ประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน คือ 1.นายกฤช ฟอลเล็ต 2.ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย 3.ดร.พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา 4.นายภักค์พงศ์ สุนทรโชติภัทร์ และนายสมชาย วิทย์ดำรง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม

      และช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นายกฤช ฟอลเล็ต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย) ได้ส่งหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการบริหารงานของผู้มีอำนาจในสภามหาวิทยาลัยในประเด็นธรรมาภิบาลนับสิบเรื่อง

     โดยหนังสือร้องเรียนที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติมฉบับวันที่ 28 มี.ค.2560 ระบุถึงปัญหาการบริหารจัดการองค์กรโดยไม่มีการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk management) , กรณีเกิดคดีฟ้องร้องระหว่าง มนพ. กับ นายสุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ อดีตอธิการบดี มนพ.หลายคดี ,การแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบกรณีในวิทยาลัยการบินนานาชาติ 

      การนำเครื่องบินของวิทยาลัยการบินนานาชาติ ไปให้ผู้อื่นนำใช้ส่วนตัวจนเกิดอุบัติเหตุ , การใช้อำนาจแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรองอธิการบดี จำนวน 7 คน นอกวาระประชุมสภาฯ ,การเร่งรีบให้มีการเสนอโครงการก่อสร้างศูนย์กลางการประชุมมูลค่า 300 ล้านบาท ฯลฯ

     ซึ่งหนังสือฉบับดังกล่าวอ้างเอกสารรายการประชุมลับ รวม 3 เล่ม เอกสารพยานประกอบการร้องเรียน 173 แผ่น ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ มนพ. เดือน มิ.ย.-ส.ค.2559 ,เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2559 ,เดือน ม.ค.2560 และ เดือน มี.ค.2560 พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทางวินัย อาญา และให้พ้นจากตำแหน่ง    

     ล่าสุด นายกฤช ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2560 ว่าได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง นายกรัฐมนตรี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการบริหารงานของผู้มีอำนาจในสภามหาวิทยาลัยนับสิบเรื่อง แต่ยังไม่มีความคืบหน้าของหน่วยงานในการตรวจสอบ มีเพียงสำนักปลัดสำนักนายกฯที่ติดต่อมาเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติมซึ่งได้ส่งข้อมูลไปให้แล้ว     

ที่มา: ข้อมูลบางส่วนจากสำนักข่าวอิศรา

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276483

แชร์