5 เมืองระดับโลก!! น่าอยู่ น่าลงทุน ปี 2016
5 เมืองระดับโลกนี้ มีแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ ความเจริญภาคอสังหาฯ น่าอยู่ น่าลงทุนมากที่สุด http://winne.ws/n3281
เมื่อพูดถึงการเปรียบเทียบข้อมูล เพื่อมองหาประเทศใดน่าอยู่อาศัย หนึ่งข้อมูลที่ถูกนำมาวิเคราะห์ มักเกี่ยวข้องกับจำนวนประชากร , การเดินทางคมนาคม, กฎหมายการปกครอง รวมไปถึงรายได้ประชากรหรือรายได้ประเทศ ขณะที่ด้านการลงทุน มักอ้างอิงไปถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ,ความเจริญภาคอสังหาฯ หรือความเจริญด้านการลงทุนต่างๆ
TerraBKK พบข้อมูลดีๆ 5 เมืองระดับโลก ไม่ว่าจะอยู่อาศัยหรือลงทุนก็ดูจะเป็นไปได้ดีในปี 2016 จากเว็บไซต์ therichest.com รายละเอียดดังนี้
Shanghai, China
หนึ่งใน เมืองระดับโลก แห่งยุคโลกาภิวัตน์ที่สุดในโลกคือ เซี่ยงไฮ้ เป็นทางเลือกมาแรงอย่างมากสำหรับการลงทุนในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออก พัฒนาการจัดตั้งศูนย์กลางทางการเงินของโลก เกิดการขยายตัวของอาชีพมากมาย หลากหลายบริษัทเลือกเมืองนี้เป็น hub หรือศูนย์กลางธุรกิจและการเงินทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจำนวนไม่น้อย
คาดการณ์ว่าระหว่างปี 2015 – 2030 เซี่ยงไฮ้จะมีรายได้ราว 350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดูเหมือนจะมากกว่าลอนดอนและโตเกียว , ภาคการใช้จ่ายผู้บริโภคอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 250 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ,อัตราผลตอบแทนการเช่าที่นี่ 6% แตกต่างกันตามประเภทและทำเลที่ตั้ง
พื้นที่สำหรับการลงทุนจะเป็นโซน Qiantan ตั้งอยู่ติดกับเมือง Lujiazui CBD ซึ่งรัฐบาลกำลังวางแผนการพัฒนา มีสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่กำหนดแล้วเสร็จในปี 2016 กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวสำคัญ และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งด้านการดูแลสุขภาพ และสถาบันการศึกษาจากนิวยอร์กและอังกฤษด้วย
Dubai, UAE
ดูไบ เป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดในแถบตะวันออกกลาง มีจำนวนประชากรกว่า 2.1 ล้านคน คาดว่า GDPต่อหัวของประชากรดูไบเฉลี่ย 24,866 $ (ข้อมูลจาก UAE property web portal Bayut.com ) ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาว มีอัตราผลตอบแทนการเช่า 8% ในบางท้องถิ่น ดูไบเป็นเมืองหนึ่งที่เก็บภาษีทรัพย์สินต่ำที่สุดในโลก และไม่ต้องเสียภาษีเงินได้อีกด้วย
การพัฒนาที่อยู่อาศัยของดูไบถูกพัฒนาไปอย่างอย่างรวดเร็ว มีโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายที่ดีเมืองหนึ่งของโลก ด้านการดูแลสุขภาพและการศึกษา รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนส่วนนี้เป็นยังดี นอกจากนี้ คุณยังสามารถเห็นรถซุปเปอร์ในรูปของรถตำรวจและรถพยาบาลในเมืองนี้ได้อีกด้วย
Kuala Lumpur, Malaysia
เมืองหลวงของประเทศมาเลเซียติดอันดับหนึ่งของ 25 เมืองยุคโลกาภิวัตน์ของโลก เป็นหนึ่งเมืองสำคัญในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเป้าหมายการลงทุนแห่งหนึ่งจากต่างประเทศ เด่นเรื่องด้านการดูแลสุขภาพที่ดึงดูดประชากรทางเอเชียใต้เข้ามาใช้บริการ
เป็นเมืองหนึ่งที่มีสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยผ่านการวางแผนอย่างดีจากรัฐบาลเข้ามาพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานมีคุณภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดสำคัญระดับประเทศอย่าง KL 118 ทาวเวอร์ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงกัวลาลัมเปอร์ กำหนดแล้วเสร็จในปี 2020 ด้วยความสูงถึง 635 เมตร โดดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจไม่น้อยเลย อัตราผลตอบแทนขั้นต้นให้เช่าพื้นที่ใจกลางเมือง 4.79% พื้นที่นอกใจกลางเมือง 4.73% (ข้อมูลจาก numbeo.com) สำหรับภาคธุรกิจของเมืองนี้ ก็มีการพัฒนาโครงการ Tun Razak Exchange project ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำของโลก ด้วยประชากรวัยทำงานมีความเป็นมืออาชีพ และยุทธศาสตร์ที่ตั้งของเมือง ซึ่งอาจจะทำให้เป็นจุดการค้าที่ดีสำหรับธุรกิจระดับโลก
Johannesburg, South Africa
ขณะที่เคปทาวน์ (Cape Town) คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากของแถบแอฟริกา แต่เมือง Johannesburg ก็เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกาใต้ที่มีอัตราผลตอบแทนการเช่าที่ดี สำหรับอัตราผลตอบแทนขั้นต้นประเภทเช่าอพาร์ทเมนเอยู่ในช่วง 6.5% -9.3% โดยเฉลี่ย 10.85% สำหรับพื้นที่ใจกลางเมืองและ 11.33% ในพื้นที่นอกใจกลางเมือง โดยเมืองโจฮันเนสเบิร์กมีจำนวนประชากรราว 5.07 ล้านคน มี GDP ต่อหัวราว $ 16,370 ในปี 2014 มีระบบการศึกษาและระบบการดูแลสุขภาพอำนวยความสะดวกอย่างดี
ภาพรวมแล้ว เมืองนี้ถูกมองว่าเป็น the financial hub ของทวีปแอฟริกา และเป็นแหล่งที่ตั้งของบริษัทธุรกิจท้องถิ่นและบริษัทข้ามชาติมากมาย มี The Johannesburg Stock Exchange ตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา และอุตสาหกรรมเหมืองแร่แอฟริกาใต้ด้วย
Mumbai, India
มุมไบ เป็นเมืองหลวงทางการเงินของอินเดีย อยู่ในตำแหน่งแนวหน้าภาพรวมเศรษฐกิจแถบพื้นที่เอเชีย เป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงมาก เพิ่มขึ้นจาก 9.9 ล้านคน เป็น 12.4 ล้านคน (จากสถิติปี 1991-2011) และเพื่อเตรียมความพร้อมตอบสนองความต้องการของประชากรที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น the Mumbai Metro , Mumbai Monorail , ทางด่วนพิเศษเข้าออกเมืองด้านตะวันออก เป็นต้น
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถูกกระจายตัวจากในตัวเมืองสู่นอกตัวเมือง มีอัตราเติบโตค่าเช่า (the gross rental yield)เฉลี่ย 1.84% พื้นที่ใจกลางเมืองและ 2.55% นอกตัวเมือง เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งสถานศึกษาระดับโลก เช่น Ecole Francaise โรงเรียนอเมริกันและเยอรมัน เป็นต้น เป็นเมืองที่มีความพร้อมด้านการรักษาดูแลสุขภาพ เป็นแหล่งช้อปปิ้ง มีแบรนด์ชั้นนำหรือเครื่องประดับในราคาที่เอื้อมถึงอีกด้วย
อ้างอิงข้อมูลจาก therichest.com
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : TerraBKK.com - http://terrabkk.com/?p=125232





